คุณกำลังอยู่ที่:หมวดหมู่ข่าวสารสมาคมนักสังคมฯ»สมาชิกสมาคม»ข้อบังคับสมาชิกสมาคม 2555

ข้อบังคับฉบับใหม่ พ.ศ.2555

นำขึ้นเว็บ โดย วันจันทร์, 23 กันยายน 2556 15:41

ข้อบังคับฉบับใหม่ พ.ศ.2555

สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย


หมวดที่
 1 ชื่อ 

ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย” ใช้ชื่อย่อ ภาษาไทยว่า “ส.น.ส.ท.” และเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า “Thailand Association of Social Workers” ใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “TASW” เครื่องหมายของสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เป็นรูปพระประชาบาลเทพประทับยืนในวงกลมล้อมด้วยลายกนก เบื้องล่างมีตัวอักษร พ.ศ. 2501 และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยหรือมีอักษรย่อว่า ส.น.ส.ท. สีของสมาคมใช้เป็นสีม่วงแดง 


หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์ 

ข้อ 2 สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. ส่งเสริมพิทักษ์ประโยชน์ของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
  2. กำหนดและส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติงานของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
  3. ศึกษาค้นคว้าตลอดจนส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ทางสังคมสงเคราะห์และการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
  4. ส่งเสริมการประสานการแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความร่วมมือกับองค์การสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ตลอดจนวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
  5. ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์และจัดสวัสดิการในหมู่สมาชิก


หมวดที่ 3 ที่ตั้งของสำนักงาน 

ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมฯ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 2 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์   มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร  กรุงเทพมหานคร  


หมวดที่ 4 ประเภทสมาชิก

ข้อ 4 สมาชิกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. สมาชิกสามัญ
  2. สมาชิกสมทบ
  3. สมาชิกกิตติมศักดิ์


การเข้าเป็นสมาชิก 

ข้อ 5 ผู้ที่มีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกสามัญต้องเป็นบุคคลที่

       ก. ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในทางสังคมสงเคราะห์

       ข. ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและ

           (1) เคยศึกษาหรืออบรมวิชาสังคมสงเคราะห์มาแล้วจากสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานที่สมาคมรับรองหรือ

           (2) ได้เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์มาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี

ข้อ 6 ผู้มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบต้องเป็นบุคคลที่

       ก. กำลังศึกษาวิชาสังคมสงเคราะห์อยู่ในมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาสังคมสงเคราะห์

       ข. กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยที่เป็นที่รับรองและได้เคยได้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

ข้อ 7 สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการอำนวยการได้พิจารณาเห็นควรได้เชิญเป็นสมาชิก

ข้อ 8 ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องยื่นคำขอตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ คำขอสมัครนี้ต้องมีสมาชิกสามัญลงลายมือชื่อรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน                                                         

ข้อ 9 เมื่อมีการยอมรับผู้ใดเป็นสมาชิกแล้ว ผู้นั้นจะต้องชำระค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิกและค่าบำรุงภายในกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่วันที่เลขาธิการแจ้งยอมรับเป็นสมาชิก จึงถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิก ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดให้ถือว่าการขอสมัครและการยอมรับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิกนั้นเป็นอันระงับไป 


การจดทะเบียนและค่าบำรุง 

ข้อ 10 สมาชิกกิตติมศักดิ์ย่อมได้รับเกียรติจากสมาคมฯ และสมาคมฯ ไม่เรียกเก็บทั้งค่าจดทะเบียนและค่าบำรุง

ข้อ 11 สมาชิกสามัญพึงบำรุงสมาคมฯ ด้วยการเสียค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิกและค่าบำรุงตลอดชีพเป็นเงิน 300 บาท

ข้อ 12 สมาชิกสมทบพึงบำรุงสมาคมฯ ด้วยการเสียค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิกและค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 50 บาท 


การขาดสมาชิกภาพ 

ข้อ 13 สมาชิกย่อมสิ้นสุดลงด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ตาย
  2. ลาออก
  3. คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เมื่อมีความประพฤติเป็นที่น่ารังเกียจและไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ

ข้อ 14 เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า สมาชิกผู้ใดตาย ให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียน

ข้อ 15 สมาชิกผู้ใดประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือไปยังเลขาธิการ และให้เลขาธิการนำเสนอคณะกรรมการอนุมัติให้ออก ให้มีผลในวันที่สมาคมฯ ได้รับแจ้งขอลาออก

ข้อ 16 เมื่อสมาคมฯ มีมติให้ถอนชื่อสมาชิกผู้ใดออกจากทะเบียนของสมาคมฯ ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกผู้นั้นทราบ 
 

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 17 สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและออกความเห็นใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ข้อ 18 สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิในการบริหาร

ข้อ 19 สมาชิกมีสิทธิใช้ประโยชน์ในสถานที่และบริการของสมาคมฯ และได้รับผลปฏิบัติโดยเสมอภาคกัน

ข้อ 20 สมาชิกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมารยาทแห่งวิชาชีพ เพื่อให้เป็นที่นับถือของบรรดาสมาชิกและบุคคลอื่น ซึ่งเกี่ยวข้องในวิชาชีพ 

ข้อ 21 สมาชิกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมารยาทแห่งวิชาชีพ เพื่อให้เป็นที่นับถือของบรรดาสมาชิกและบุคคลอื่น ซึ่งเกี่ยวข้องในวิชาชีพ


หมวด 5 การดำเนินงานของสมาคม

ข้อ 22 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ เรียกว่า คณะกรรมการอำนวยการ ซึ่งประกอบด้วย นายกสมาคม อุปนายกสมาคมไม่เกิน 3 ท่าน และกรรมการอำนวยการอีกไม่เกิน 15 ท่าน

ข้อ 23 ในเขตท้องที่ใดถ้าสมาชิกเห็นสมควรจัดตั้งเป็นสาขา หรือชมรม ของสมาคมฯ ขึ้น ก็ให้ทำได้ โดยให้จัดทำเป็นข้อบังคับของสาขาหรือชมรม ตามระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด เมื่อคณะกรรมการอำนวยการให้ความเห็นชอบ การจัดตั้งสาขา หรือชมรมแล้ว คณะกรรมการอำนวยการอาจให้การสนับสนุนการดำเนินการแก่สาขาหรือชมรม และอาจเชิญประชุมสาขาเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 24 ให้ที่ประชุมใหญ่ประจำปีเลือกตั้งนายกสมาคมขึ้น จากสมาชิกสามัญ นายกสมาคม อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี

ข้อ 25 ให้ที่ประชุมใหญ่ประจำปีเลือกคณะกรรมการอำนวยการขึ้นจากสมาชิกสามัญกึ่งหนึ่ง โดยวิธีออกเสียงคะแนน และให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเรียงลำดับเป็นเกณฑ์ คะแนนเสียงอันดับสุดท้ายที่เท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก และกึ่งหนึ่งให้นายกสมาคมเลือกจากสมาชิกสามัญ กรรมการอำนวยการอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี

ข้อ 26 ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระให้คณะกรรมการอำนวยการ เลือกตั้งสมาชิกสามัญเข้าดำรงตำแหน่งแทน และให้อยู่ในตำแหน่งใดเพียงเท่ากับกำหนดเวลาตามวาระของผู้ที่ตนแทน

ข้อ 27 กรรมการอำนวยการย่อมขาดจากตำแหน่งโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ถึงคราวออกตามวาระ
  2. ลาออก หรือ
  3. ขาดจากสมาชิกภาพไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ

ข้อ 28 ที่ประชุมใหญ่อาจลงมติให้ถอดถอนกรรมการอำนวยการทั้งคณะ หรือบางคนได้โดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมในกรณีที่ดำเนินกิจการของสมาคมฯ นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ และข้อบังคับซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สังคม 


อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ 

ข้อ 29 คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

       ก. วางระเบียบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับ
       ข. เชิญบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการอำนวยการ
       ค. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
       ง. บรรจุ แต่งตั้ง และถอดถอนเจ้าหน้าที่ดำเนินการ

ข้อ 30 นายกสมาคมฯเป็นหัวหน้าบริหารกิจการของสมาคมฯ เป็นประธานที่ประชุมและมีอำนาจหน้าที่เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ตลอดจนติดต่อกับบุคคลทั่วไป และองค์การต่างๆ

ข้อ 31 อุปนายกสมาคมเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ในกรณีที่นายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ถ้านายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการอำนวยการเลือก          กรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานชั่วคราว สำหรับการประชุมคราวนั้น

ข้อ 32 เลขาธิการ มีหน้าที่ดำเนินงานในกิจการทั่วไปของสมาคมฯ เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการริเริ่มวางแผนการดำเนินงาน รักษาระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ นัดและจัดการประชุมในการริเริ่มวางแผนการดำเนินงาน รักษาระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ นัดและจัดการประชุมทำรายงานการประชุม ตลอดจนเป็นผู้เสนอรายงานแถลงกิจกรรมของสมาคมฯ ต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปี

ข้อ 33 เหรัญญิกมีหน้าที่รับจ่าย และรักษาเงินของสมาคมฯ ทำบัญชีเงินเดือน งบดุล และงบประมาณประจำปี เสนอคณะกรรมการอำนวยการและเป็นผู้เสนอฐานะทางการเงินของสมาคมฯ ที่ได้รับรองถูกต้องแล้วจากผู้ตรวจบัญชี ซึ่งได้รับการแต่งตั่งจากคณะกรรมการอำนวยการต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปี ปีงบประมาณของสมาคมฯ ให้ถือตามปีปฏิทิน

ข้อ 34 นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำ และเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกของสมาคม ฯ

ข้อ 35 ปฏิคมมีหน้าที่รับผิดชอบในการประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกของสมาคมฯ

ข้อ 36 บรรณกรมีหน้าที่เป็นบรรณาธิการของสมาคมฯ ในการจัดทำนิตยสารหรือหนังสือเอกสารอื่นใดของสมาคม ฯ

ข้อ 37 ให้คณะกรรมการอำนวยการเสนองบประมาณ ต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อขออนุมัติและต้องให้แล้วเสร็จล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อสมาชิกตรวจดูได้

ข้อ 38 ให้คณะกรรมการอำนวยการ จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีและเปิดโอกาสให้สมาชิกซักถามได้ 


การประชุมกรรมการอำนวยการและสมาชิก

ข้อ 39 ให้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาหรือกิจการของสมาคมฯ

ข้อ 40 กรรมการอำนวยการต้องมาประชุมกันอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ 41 มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 42 ให้มีการประชุมทางวิชาการอย่างน้อยปีละครั้ง

ข้อ 43 ให้คณะกรรมการอำนวยการเรียกประชุมใหญ่ประจำปี ๆ ละครั้ง เพื่อแสดงกิจการของสมาคมฯ ที่ได้กระทำไปแล้ว แสดงบัญชีงบดุล แต่งตั้งผู้ตรวจบัญชี ตลอดจนหารือกิจการทั่วไปของสมาคมฯ

ข้อ 44 ในการประชุมใหญ่ประจำปี คณะกรรมการอำนวยการต้องให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ในการประชุมใหญ่ประจำปี ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 30 คน จึงจะนับเป็นองค์ประชุม 

ข้อ 45 ให้คณะกรรมการอำนวยการหรือสมาชิกรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด เรียกประชุมใหญ่พิเศษได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือให้เลขาธิการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และให้เลขาธิการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน พร้อมด้วยวัน เวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์ การประชุมใหญ่พิเศษต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด จึงนับเป็นองค์ประชุม และถ้าต้องเลื่อนการประชุมเพราะสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม การนัดประชุมครั้งที่ 2 ให้จัดประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่งภายใน 14 วัน  จะมีสมาชิกมาประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ให้ถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 46 ให้นายกสมาคมและอุปนายกสมาคม ทำหน้าที่ประธาน และรองประธานที่ประชุมใหญ่มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

       ก. สั่งเปิดและปิดการประชุม สั่งพักหรือเลื่อนประชุม

       ข. อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมประชุมอภิปราย

       ค. จำกัดการอภิปรายให้อยู่ในประเด็น

       ง. ควบคุมดูแลให้การประชุมดำเนินไปโดยเรียบร้อย

ข้อ 47 ในการประชุมใหญ่ครั้งที่จะมีการลงมติหรือนับคะแนนเสียง ให้มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการ ผู้นับคะแนนอย่างน้อย 3 คน ทำหน้าที่นับคะแนนและอำนวยความสะดวกในการลงคะแนนเสียง

ข้อ 48 การประชุมต้องดำเนินตามระเบียบวาระเว้นแต่ที่ประชุมได้ลงมติเป็นอย่างอื่น

ข้อ 49 การลงมติในที่ประชุมใหญ่ให้ถือตามมติของเสียงข้างมาก หากเสียงของทั้งสองผ่ายเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด การออกเสียงลงคะแนนเพื่อลงมติให้ใช้วิธียกมือข้างหนึ่งขึ้นพ้นศีรษะ

ข้อ 50 เมื่อที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีลงคะแนนลับให้สมาชิกลงคะแนนเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อกรรมการผู้นับคะแนน

ข้อ 51 การขอมติโดยไม่เรียกประชุมใหญ่ ให้ปฏิบัติได้ดังนี้

  1. ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกประชุมใหญ่ได้ ถ้าคณะกรรมการอำนวยการเห็นว่าปัญหาสำคัญอันสมควรจะหารือ สมาชิกก็ให้นายกสมาคมแจ้งข้อความให้สมาชิกทราบพร้อมทั้งเสนอญัตติขอให้สมาชิกทราบ พร้อมทั้งเสนอญัตติขอให้สมาชิกลงมติในเรื่องนั้น ถ้า2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเห็นด้วย ก็ให้คณะกรรมการอำนวยการดำเนินการต่อไปได้
  2. ถ้าในที่ประชุมประจำปีมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกที่มาประชุมเห็นสมควรให้เสนอญัตติข้อใดในปัญหาที่พิจารณาอยู่ต่อหน้าสมาชิกทั้งหลาย เพื่อลงมติก็ย่อมกระทำได้


หมวด 6 การเงิน 

ข้อ 52 เงินทุนของสมาคมฯให้ฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารใด ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอำนวยการ

ข้อ 53 คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจของสมาคมฯ เพื่อการลงทุนอันมั่นคงอย่างหนึ่ง อย่างใด เช่น การซื้อพันธบัตรของรัฐบาล ห้ามมิให้นำเงินของสมาคมฯ ไปลงทุนเพื่อเอกชนกู้ยืมโดยเหตุผลส่วนตัว

ข้อ 54 การใช้จ่ายเพื่อกิจการของสมาคมฯ ให้กระทำไปตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ในกรณีรีบด่วนนายกสมาคมอนุมัติให้สั่งจ่ายเงิน นอกเหนือไปจากงบประมาณได้ไม่เกิน ครั้งละ 10,000 บาท แล้วให้นำเสนอคณะกรรมการอำนวยการทราบในการประชุมคราวต่อไปทุกครั้ง

ข้อ 55 เช็คทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อนายกสมาคม หรืออุปนายกและเหรัญญิกกำกับ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ คณะกรรมการอำนวยการอาจมอบอำนาจให้กรรมการผู้ใดเป็นผู้ลงนามในเช็คได้


หมวด  7 การเลิกสมาคมฯ และการชำระบัญชี

ข้อ 56 เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกสมาคมฯ โดยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด สมาคมฯ เป็นอันเลิกไป

ข้อ 57 ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะเลิกสมาคมฯ

ข้อ 58 ทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระบัญชีให้ตกเป็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือการกุศลอื่นใดที่ที่ประชุมเห็นสมควร 

หมวด 8 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

ข้อ 59    การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ต่อเมื่อ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่โดยมีมติ 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม และจะใช้บังคับได้ต่อเมื่อได้จดทะเบียนแล้ว 

 

ดาวน์โหลด ข้อบังคับสมาชิก

บทความล่าสุด

ความเห็นล่าสุด

ปฏิทินอัพโหลดข้อมูล

« August 2017 »
จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

K2 Tag Cloud