| การเข้าร่วมสัมมนา 21st Asia- Pacific Social Work Conference |
|
|
|
| เขียนโดย อาทิรัตน์ |
| วันพุธที่ 28 กันยายน 2011 เวลา 07:32 น. |
|
รายงานการเข้าร่วมสัมมนา ความเป็นมา นักสังคมสงเคราะห์ในภูมิภาคเอซียแปซิฟิครวมตัวจัดตั้งองค์กรการศึกษาสังคมสงเคราะห์ที่เรียกว่า Asia- Pacific Association Social Work Education เพื่อ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักวิชาการและนักสังคมสงเคราะห์ในภูมิภาคและจัด กิจกรรมการประชุมสัมมนา 2 ปีต่อครั้งโดยเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดตามประเทศสมาชิก ในปี2011 ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาโดยมีหัวข้อว่า Crossing Border: Interdependent Living and Solidarity ในระหว่างวันที่ 15-18 กรกฏาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยวาเซดะ กรุงโตเกียว ผลการสัมมนา ท่าม กลางความสูญเสียของประเทศญี่ปุ่นจากภัยพิบัติเมื่อเดือนมีนาคม 2011 ผู้จัดยังคงยืนหยัดที่จะจัดประชุมเพื่อแสดงถึงความตั้งใจจริงของการทำงาน สังคมสงเคราะห์แม้ว่าอยู่ในภาวะลำบากแต่ก็ต้องกล้าเผชิญและมุ่งมั่นกับการทำ งานและเป็นการเสริมสร้างกำลังใจซึ่งกันและกัน การสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 700 คน จาก 18 ประเทศ การปาฐกถานำโดย Tadateru Konoe ประธานสภากาชาดของญี่ปุ่น( Japaness Red Cross Society) ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผลต่อประชาคมโลกที่สำคัญ 3 ด้านคือ 1.ภาวะโลกร้อน ปรากฏารณ์ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี สูงขึ้นถึง 60 % มีผู้ได้รับผลกระทบระดับรุนแรงมากกว่า 2.7 ล้านคน 2. การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองภัยการก่อการร้ายที่มีอัตราสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ ส่งผลกระทบถึงความไม่มั่นคงต่อการดำรงชีวิต ความหวาดระแวง แต่ในขณะเดียวกันมีการรวมตัวกันเป็นประชาคมแห่งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและ สังคมทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรสูงในยุโรปและภายในปี 2015ประชาคมอาเซียน 10 ประเทศก็จะมีการหลอมรวมใกล้ชิดกันมากขึ้น 3. ความยากจนและมนุษยธรรม ประชากร จำนวน 9.2 ล้านที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาต้องประสบกับภาวะความยากจนซึ่งองค์กรสห ประชาติชาติร่วมมือกับประเทศต่างๆขจัดความยากจนให้หมดสิ้นภายในปี 2015โดยการดำเนินการตั้งเป้าหมายแห่งการพัฒนาของสหัสวรรษ (MDG) เพื่อขจัดความยากจนตามเป้าหมายที่วางไว้ จาก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้วันหนึ่งหลายคนอาจต้องประสบกับความยากลำบาก ครอบครัว ชุมชน สังคม และ องค์กรสวัสดิการสังคมและองค์กรพัฒนาต่างๆต้องร่วมมือกันก้าวข้าวความท้าทาย เหล่านี้ สภากาชาดที่มีทั่วโลกได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆเพื่อช่วยเหลือด้าน มนุษยธรรมและดำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปรัชญาของสภากาชาดและสวัสดิการสังคมมุ่งเน้นการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนและ ความเป็นอิสระของมนุษย์ จากสถานการณ์สึนามิและแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2011 เกิดขบวนการอาสาสมัครความต้องการที่จะสร้างความปลอดภัยและฟื้นฟูทั้งด้าน เศรฐกิจและสุขภาพให้แก่ผู้ประสบภัยนับเป็นการระดมทรัพยากรครั้งใหญ่ที่ มนุษย์ชาติมีต่อกัน การสัมนาครังนี้ย่อมเป็นประโยชน์มหาศาลต่อสังคมที่ต้องก้าวข้ามพรมแดนต่างๆ มาสู่การอยู่ร่วมกันอย่างอิสระและเสมอภาคภายใต้การเปลี่ยนแปลทางสังคมที่รวด เร็วและรุนแรงแบบไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า การสัมมนาครั้งนี้มีการอภิปรายที่น่าสนใจ ดังนี้ 1. มุมมองของศาสนาพุทธต่อการมีชีวิตอิสระจากประสบการณ์ในประเทศภูฐานและญี่ปุ่นโดย Naoki Nabeshima ที่ ได้สืบค้นและตีความหมายของหลักธรรมที่ว่าการมีชีวิตอิสระโดยการพึ่งตนเองแต่ ก็มิได้เพิกเฉยต่อการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในศาสนาพุทธ ผู้นำเสนอได้ยกตัวอย่างหลักความสุขมวลรวมของประเทศภูฏานที่ยึดการอยู่ร่วม กันอย่างสงบสุขของประชากรมากว่าวัตถุนิยมโดยมีหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การ ส่งเสริมวัฒนธรรม และหลักการธรรมาภิบาล รวมเป็น4 เสาหลักค้ำจุนความสุขมวลรวม ส่วนเหตุการณ์สึนามิและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นเดือนมีนาคม 2011แสดงให้เห็นถึงการดำรงชีวิตอย่างอิสระในสังคมญี่ปุ่นที่มีการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันโดยซึมซับความทุกข์ ความสูญเสียของผู้ประสบภัยเสมือนความทุกข์ของตนเองตามความเชื่อของลัทธิเต๋า ที่ว่าการอยู่ร่วมกันในมหาสมุทรของความเกิดและตายที่มีความเชื่อมโยงต่อ เนื่องไม่สิ้นสุด ผู้นำเสนอได้เปรียบเทียบคำสอนของศาสนาพุทธกับโซ่ทองความรักที่ร้อยคนทั้งโลก ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยหรือผู้อ่อนแอในบางจังหวะของชีวิตย่อมได้รับความรักความช่วย เหลือจากเพื่อนร่วมชุมชน สังคมและโลก คนทุกคนย่อมกระทำความดีตามหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุด 2. International Definition of Social Work Review หัวข้อการอภิปรายเรื่องการทบทวนความหมายสังคมสงเคราะห์จากที่องค์กรสังคมสงเคราะห์ระหว่างประเทศ ( IFSW และIASSW) ยอมรับนิยามความหมายสังคมสงเคราะห์สากลในการประชุมวิชาการสังคมสงเคราะห์ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อปี2001 ซึ่งให้ความหมายว่า“วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริม สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของคน เสริมพลังและส่งเสริมให้คนและสังคมอยู่ดีมีสุข โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมมนุษย์ และระบบทางสังคม งานสังคมสงเคราะห์เข้าแทรกแซงในจุดที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมของเขา สิทธิมนุษยชน และความมั่นทางสังคมเป็นหลักพื้นฐานของงานสังคมสงเคราะห์” เมื่อ ครบรอบ 10 ปีที่ประชุมสังคมสงเคราะห์โลกที่ฮ่องกงจึงริเริ่มการททบทวนนิยามความหมายอีก ครั้งโดยแต่ละประเทศจะนิยามความหมายสังคมสงเคราะห์ในประเทศของตน หรือจะรวมกันระดับภูมิภาค สำหรับภาคพื้นเอเชียนั้นสถาบันการศึกษาสังคมสงเคราะห์เอเชียแปซิฟิดได้ จัดการทบทวนของแต่ละประเทศและมารวมเป็นภูมิภาคขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2010 ที่กรุงโตเกียว และเมื่อมีการประชุมสังคมสงเคราะห์อาเซียขึ้นในปี2011จึงได้นำประเด็นการ ทบทวนนิยามสังคมสงเคราะห์มาเป็นหัวข้อการอภิปรายในวงกว้างอีกครั้ง ผล การประชุมล่าสุดนี้อาเซียภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศ ที่กำลังพัฒนา แม้ว่าส่วนใหญ่จะรับแนวคิดการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์มาจากยุโรปและอเมริกา แต่ก็มีบริบททางสังคมของตนเองที่แตกต่างกันยังไม่สามารถยกร่างนิยามความหมาย ใหม่เพราะการพัฒนางานสังคมสงเคราะห์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แต่ได้เห็นพ้องกัน 4 ประเด็นว่าสังคมสงเคราะห์ 1.ส่งเสริมการต่อสู้กับความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม 2. เสริมพลังอำนาจให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัวหรือชุมชน 3. เสริมสร้างการพัฒนาศักยภาพของบุคคลและครอบครัว 4. สร้างเสริมสัมพันธภาพของประชาชนโดยคำนึงถึงความเป็นพื้นถิ่นของแต่ละคนหรือชุมชน ดังนั้นในการทบทวนนิยามสังคมสงเคราะห์อาจมีลักษณะเป็นนิยามที่ไม่ต้องตายตัวแต่มีลักษณะหรือคำสำคัญร่วมกัน เช่น การพัฒนาสังคม การ เปลี่ยนแปลงทางสังคม การปฏิบัติงานกับมนุษย์ที่คำนึงถึงบริบทและความเป็นพลวัตของแต่ละคน กลุ่ม สังคมหรือความเป็นพื้นถิ่น( คนและสิ่งแวดล้อม ) การพิทักสิทธิและการเสริมพลัง การปฏิบัติการทางสังคม (social action ) ความยุติธรรมทางสังคม การ ทบทวนความหมายสังคมสงเคราะห์ในภูมิภาคเอเชียเป็นการสร้างความรับรู้การ ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในภูมิภาคให้มีความเป็นตัวตนมากขึ้นมิใช่เพียงแค่ การตามรอยของตะวันตก เป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมของแต่ละประเทศและ เป็นเสียงสะท้อนที่สร้างความเข้าใจร่วมกันให้แก่วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ทั่ว โลก 3. การประชุมนำเสนอผลงานวิชาการหรืองานวิจัยทั้งนำเสนอปากเปล่าและแบบโปสเตอร์ ซึ่งมีมากว่า 220 เรื่องแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆเช่น สังคมสงเคราะห์จิตเวช สังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน ความพิการและสุขภาพจิต เด็กและครอบครัว นโยบายสังคม สังคมสงเคราะห์อุตสาหกรรม การคุ้มครองเด็ก ผู้สูงอายุ ความยากจน สิทธิมนุษยชนและงานสังคมสงเคราะห์ สังคมสงเคราะห์ชุมชน สังคมสงเคราะห์วิชาชีพ สังคมสงเคราะห์กับความหลากหลายของประชากรในญี่ปุ่น การอพยพย้ายถิ่น สุขภาพกับสังคมสงเคราะห์ การศึกษาสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น การ เข้าร่วมประชุมนำเสนอผลงานวิจัยซึ่งจัดในช่วงบ่ายจนกระทั่งเย็นมีประเด็นให้ เข้าร่วมหลายประเด็นแล้วความสนใจการนำเสนอมีทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษา ญี่ปุ่นในการนี้มีนักวิชาการจากประเทศไทยนำเสนอผลงานการวิจัย 4 ราย คือ 1.อาจารย์ปานรัตน์ นิ่มตลุง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2.รศ.ดร อำไพรัตน์ อักษรพรหม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 3. ดร.ภุชงค์ เสนานุช และ 4.ผศ.โสภา อ่อนโอภาส มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 4. การศึกษาดูงานแบ่งออกเป็น4 กลุ่มคือการศึกษาดูงานสถานสงเคราะห์เด็ก สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุ งานสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลจิตเวช และสังคมสงเคราะห์ชุมชน ผู้รายงานได้เลือกศึกษาดูงานที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ที่ชื่อว่า Shisei Home Senior Service Center เป็นมูลนิธิด้านสวัสดิการสังคมที่ดำเนินการโดยเอกชนได้รับงบประมาณสนับสนุนบางส่วนจากรัฐ จะมีอายุการดำเนินงานครบ 100 ปีในปี 2012 Shisei Home Senior Service Center เริ่ม จากการรับเด็กที่กระทำผิดเข้ามาดูแลจนกระทั่งเกิดสงครามโลกทำให้เกิดเด็ก กำพร้ามากขึ้นจึงเปลี่ยนกิจกรรมมาดูแลเด็กกำพร้าและเมื่อญี่ปุ่นก้าวสู่ สังคมผู้สูงวัยจึงได้เพิ่มบริการให้แก่ผู้สูงอายุภายใต้ระบบการประกันชราภาพ ระยะยาวที่ประชาชนวัย 40 -64 ปีจ่ายเงินเข้ากองทุนและจะได้รับการดูแลตามระดับของปัญหาที่เกิดขึ้นตั้ง ระดับที่ 1ที่ผู้สูงอายุยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จนกระทั่งระดับที่ 5 เป็นผู้สูงอายุที่ประสบกับปัญหามากมีความซับซ้อนในการช่วยเหลือโดยมีบริการ ตามความต้องการจำเป็นที่หลากหลายเช่นบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหา เรื่องที่พักอาศัยที่มีสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ บ้านพักชั่วคราว บริการ ภาคกลางวัน บริการผู้ช่วยเหลือในบ้าน บริการจัดการรายกรณีสำหรับผู้สูงอายุที่พักอาศัยในชุมชน และบริการทางคลินิกผู้สูงอายุ บริการแบบกลุ่มบ้านสำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม( Group Home for Dementia ) ผู้สูงอายุมีบ้านพักอาศัยเป็นกลุ่มที่มีพื้นที่กิจกรรมร่วมกันในการฟื้นฟู กิจกรรมสังคมและมีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว และมีบริการที่ผู้ใช้บริการต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหากเป็นบริการที่ไม่ครอบ คลุมในการประกันระยะยาวซึ่งครอบครัวผู้ใช้บริการและตัวผู้ใช้บริการจะมีผู้ จัดการสุขภาพเป็นผู้ช่วยเหลือในการพิจารณาความจำเป็นของบริการประเภทต่างๆ จาก สังเกตจากจำนวนสถิติการใช้บริการแต่ละบริการมีจำนวนผู้สูงอายุไม่มาก( บางบริการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการเพียง 10 ราย ) เพื่อการดูแลอย่างทั่วถึงและการให้บริการกระจายตามท้องถิ่นมิได้กระจุกตัว อยู่ที่ใดที่หนึ่งเพราะองค์กรถือหลักสำคัญคือร่วมมือกับท้องถิ่นในการเป็น เจ้าภาพจัดบริการร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครกว่า 900 คนเข้าร่วมกิจกรรมของ Shisei Home Senior Service Center และ มีผู้ประสานงานของอาสาสมัครช่วยปรึกษาการดำเนินกิจกรรมของอาสาสมัคร และเพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริการได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ใช้บริการเป็นหน่วยงานแบบไตรภาคีที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ สมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้ใช้บริการและอาสาสมัครที่ปรึกษาจากชุมชนต่างๆที่ทำ งานพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ รับเรื่องราวร้องทุกข์หรือปรึกษาการให้บริการจาก Shisei Home Senior Service Center
นอก จากการอภิปรายทางวิชาการและศึกษาดูงานแล้วยังมีการจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ให้ผู้เข้าร่วมประชุมในช่วงพักระยะสั้นระหว่างประชุมด้วยพิธีชงชาแบบดั้ง เดิมของญี่ปุ่นด้วยชาที่เรียกว่ามั่กฉะพร้อมขนมหวานอิ่มเอมทั้งรสชาดและความสวยงาม มีการประมูลของที่ระลึกเพื่อรวมเงินเข้ากองทุนJane Hoey ช่วยเหลือสนับสนุนนักสังคมสงเคราะห์จากประเทศกำลังพัฒนาเข้าร่วมประชุมนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพของ IFSW ผู้ เขียนได้นำของที่ระลึกจากประเทศไทยเข้าร่วมบริจาคด้วย มีซุ้มประชาสัมพันธ์องค์กรสังคมสงเคราะห์เปิดให้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อน ไหวงานสังคมสงเคราะห์ที่สะดุดตาคงเป็นสมาคมนักสังคมสงเคราะห์จากเกาหลีมี ทั้งหนังสือ เข็มกลัด แผ่นพับแจกไม่อั้นสมกับเป็นประเทศที่กำลังมาแรงด้วยการสร้างจุดเด่นด้วยคำ ขวัญ Power Social Worker ภาพ ประทับใจในการจัดประชุมคืออาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาได้ช่วยงานอย่างเต็ม ความสามารถแม้ว่าบางคนจะมีข้ออ่อนเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษก็ตามแต่มีบุคลิก ที่ใส่ใจต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม อีกทั้งการเลือกกิจกรรมสะท้อนวัฒนธรรมการเต้นรำกลองของชาวโอกินาวาซึ่งผู้ แสดงเป็นผู้เคยเสพยาและได้รับการบำบัดฟื้นฟูด้วยการฝึกการแสดงกลองจนสามารถ นำไปประกอบอาชีพได้มาแสดงในวันปิดการประชุมวิชาการที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้ ร้องและเต้นรำแบบโอกินาวาเป็นที่สนุกสนาน การจัดประชุมครั้งนี้จึงมีทั้งสาระและความบันเทิงทางวัฒนธรรม โสภา อ่อนโอภาส เลขาธิการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 28 กันยายน 2011 เวลา 08:10 น. |